แอนนาของข้อย เป็นคนแว้ว (เอ๊ะ!ยังไง)
posted on 03 Dec 2010 18:37 by linmy








ภาพที่ 4 ในชีวิตของการใช้เมาส์ปากกา
เอิ๊ก ๆๆๆ
แบบที่ 1 นอนหนะ..หนาวกลางหิมะ...หนาวมากๆๆ
แบบที่2 ตาลายไหมอะ
ถ้ามีโอกาสคงได้วาดอีกอะนะ จริง ๆภาพนี้วาดเมื่อต้นเดือน พ.ย.อะ
edit @ 30 Nov 2008 23:58:23 by -..- linmy
การ์ตูนเรื่องนี้ ว่า...ยังไงดีล่ะ จริง ๆก็วาดไปแบบสิ้นคิดพอดูอะนะ แต่ก็เปงการ์ตูนขอบคุณ แฟน ๆของภาคนิยายในวันที่ 14 ก.พ. อะนะ เหอๆๆ
ทำแบบปั่น งานน่าดู 4 ชม.เสร็จทั้งคิดทั้งดารฟ ทั้งตัดเส้นทำไปได้น้อคนเรา และก็เสร็จสมบูรณ์ในตอนรุ่งสางออกมาเปงเช่นนี้แล เหอๆๆๆ...........
..........
.........
แหม.....วาดตัวละครตัวเองแบบนี้ทำไปด๊ะ...คนเรา เอามาโพสกานให้อ่านเล่น ๆอย่า คิดมาก เหอๆๆๆ
ฉานนี่ก็ทำไปได้ พิมพ์อักษรผิด แหมๆๆ แก้ก็ไม่ทันและ.................
งานดูขี้เกียจ ทำอักษรมือล้วน ๆๆๆ
ยิ่งน่า...อายหนักหน่วง ๆๆ
ฉากนี้แม้ไม่โดดเด่น แต่อายเหมือนกันนะนี่ดูแห๋วว ๆ
และเราก็ตัดบทจบเข้ามาด้วยความขี้เกียจสุดฤทธิ์
.....
........
......
ข้าทำผิดรึเปล่าน้าที่ทำอย่างนี้ แต่สายตาของนางบ่งบอกว่าต้องการใครสักคน
ณ. อุทยานสระบัว ของวังบูรพา
หญิงสาวที่เดิมเสร้าสร้อยนั้น บัดนี้ร่าเร่งขึ้นมา ราวกับสายรุ้งที่งดงามหลังพายุฝนอันรุนแรงแต่ตอนนี้กลับมาบางอย่างพัดโหมในใจของชายหนุ่มแทนที่ ทั้งที่เขาเพิ่งพบกับเธอครั้งแรกแต่ทำไมในใจเขานั้นเริ่มปั่นป่วน
“นี่!!!! สบายใจขึ้นรึยังล่ะ” หลี่ซือ ตะโกนถามหญิงสาวปริศนา (คนอะไรร้องไห้อยู่ดี ๆก็เปลี่ยนเป็นยิ้มแย้มได้ ไวอย่างกับกิ้งก่าแนะ)
“อืม” เธอหันกลับมายิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน
“จะกลับรึยังล่ะ ข้าจะไปส่ง”
รอยยิ้มของเธอทำให้เขาใจเต้นนิด ๆ อย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน (น่ารักดีแฮะ.... น่าสงสารเหมือนกันที่ต้องมาเป็นนกน้อยในกรงทอง)
“ไม่กลับไม่ได้รึ” เสียงใสเบือนหน้าหนี
“ไม่ได้หรอกข้าพาเจ้ามานานแล้ว บางทีข้าอาจ จะโดนโทษไปด้วยก็ได้” หลี่ซื่อ เอ่ยด้วยใบหน้าเซ็ง ๆ
“ตะ..แต่ว่า”
“ป่ะ” เขายื่นมือให้เธอ
“ไม่...” หญิงสาวตอบเสียงแข็ง พร้อมทั้งปัดมือเขาออก ร่างบางรียออกตัววิ่งอย่างไม่คิดจะหันหลังกลับไปมอง ทำให้ชายหนุ่มต้องวิ่งตามร่างนั้นไปด้วย ทั้งที่เขาคิดว่าจะจบเรื่องแล้วเสียอีก
“นี่!!! หยุดเดี๋ยวนี้นะ”
หลี่ซือ พูดด้วยเสียงที่หอบนิด ๆ (วิ่งไวจริง ว่าแต่ข้าบ้าวิ่งตามทำไมกันล่ะนี่ให้ทหารจัดการก็ได้นี่นา)
ชายหนุ่มยอมแพ้ที่จะตามหญิงสาว เขาจึงทรุดตัวนั่งลงบนพื้น พลางคิดไปว่าฝึกกระบี่ยังเหนื่อยน้อยกว่านี้เสียอีก แล้วเขาก็เอนตัวทอดกายนอนลงกับพื้นอย่างหมดแรง
“ ไม่ตามแล้ว ไม่ใช่เรื่องของข้าสักหน่อย” เขาบ่นพึมพัมกับตัวเองเบา ๆ แล้วค่อย ๆหรี่ตาหลับลงไปในที่สุด
ขณะที่ชายหนุ่มกำลังหลับใหลด้วยความเหนื่อยอ่อน สายลมอ่อนโยน พัดผ่านใบหน้าท่ามกลางกลิ่นหอมของดอกไม้ อยู่นั่นเอง หญิงสาวปริศนาก็เดินกลับมาดูเนื่องจากเธอไม่เห็นเขาตามมาอีกแล้ว
“นี่” ร่างบางเดินเขาไปหาชายหนุ่มที่กำลังหลับสบาย
“หลับเหรอ”
เธอนั่งลงจ้องหน้าของชายหนุ่ม (หลับสบายเชียวนะ สงสัยจะเหนื่อย เป็นทหารที่แปลกจริง ๆ พวกทหารในวังนี่สงสัยไม่คอยออกกำลังกาย)
หญิงสาวก้มหน้าลงไปใกล้ใบหน้าของชายหนุ่มแล้วใช้ริมฝีปกที่อวบอิ่มของตน จูบไปที่ริมฝีปากของชายผู้หลับใหลอย่างอ่อนโยน
"หืม" ดวงตาคมกล้าที่หลับใหลค่อย ๆ เบิกกว้างขึ้นด้วยตกใจการกระทำของร่างบาง
"นะ...นี่ เจ้าทำอะไรน่ะ" หลี่ซือ หน้าแดงเล็กน้อย
"ขอบคุณนะ" เธอยิ้มนิด ๆกล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตา
ภาพที่ใบหน้าของเธอในตอนนี้มันสั่นคลอนหัวใจ ของเขายิ่งนัก
ร่างบางยิ้มให้เขาจากนั้นจึงลุกขึ้นเดินจากไปอย่างช้า เธอเองก็คิดว่าไม่ควรทำให้คนผู้นี้ต้องลำบากอีก
ในเมื่อการ เป็นพระสนมคือชะตาชีวิตของเธอ แต่อย่างน้อยครั้งหนึ่งในชีวิต เธอก็ได้พบกับเขา
"เดี๋ยว !!! เจ้าชื่ออะไร"
หลี่ซือ ตะโกน เรียกหญิงสาวโดยหวังให้ใบหน้านั้นหันกลับมา
ทั้งที่ในใจเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงคิดเช่นนี้
"ลู้อิง ข้าชื่อ ลู้อิง ที่แปลว่า น้ำค้าง"
ร่างบางตอบโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง
"ข้าจะจำ.....เอาไว้"
สายตาของเขามองไปที่แผ่นหลังบาง อย่างอาวรณ์ในหัวใจที่เจ็บแปลบอย่างบอกไม่ถูก
"ทำไม ข้าถึงรู้สึก.....นักนะ" (เจ้ามาทำอะไรกับข้ากันลู้อิง)
ชายหนุ่มส่งสายตาวิงวอนต่อสายลมยามเย็น
ขอให้สายลมนี้จงช่วยพัดพาความห่วงใยไปถึงน้ำค้างที่เยือกเย็นนั้นที
***********************จบ***********************
...................
จบง่ายเน้อ......(ไอ้ขี้เกียจ ๆๆๆ)
จริง ๆแล้วช่วงนั้นเพราะนอนดึกเลยไข้ขึ้นอะนะ และดันสัญญาว่าจะโพส วันนั้นเลยต้องยอมอะ
หมดการสาธยายเจ้า เหอๆๆ
edit @ 30 Nov 2008 23:40:49 by -..- linmy
edit @ 30 Nov 2008 23:46:06 by -..- linmy